News

สาดน้ำเน่ารดหัวแม่ผัวมหาเศรษฐี: บททดสอบสะใภ้จอมปลอม

สู่การกระชากหน้ากากความโลภ 18 ล้านดอลลาร์ที่พังพินาศในพริบตา!

คฤหาสน์หินอ่อนสไตล์นีโอคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านอยู่บนที่ดินราคาแพงระยับใจกลางเมืองหลวง เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของอาณาจักรความมั่งคั่งแห่งตระกูล ‘ศิริโภคากุล’ แต่สำหรับ ‘มาดามวิภาดา’ ประธานกรรมการบริหารหญิงเหล็กผู้กุมบังเหียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกาสิโนถูกกฎหมายทั่วเอเชีย สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่เงินทอง แต่เป็น ‘กรณ์’ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเธอ

เมื่อสัปดาห์ก่อน กรณ์เดินเข้ามาบอกมารดาว่าเขากำลังจะขอ ‘รัญญา’ ดาราสาวดาวรุ่งที่เพิ่งคบหาดูใจกันได้เพียงครึ่งปีแต่งงาน มาดามวิภาดารู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด รัญญาเป็นผู้หญิงที่สวยสะกดสายตา กิริยามารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดูอ่อนช้อยงดงามราวกับผ้าพับไว้ แต่สายตาที่ซ่อนความทะเยอทะยานและกลิ่นอายความเสแสร้งบางอย่าง ทำให้สัญชาตญาณของคนที่เป็น ‘นางพญา’ มาทั้งชีวิตร้องเตือน

วิภาดาตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธออ้างกับลูกชายว่าจะบินไปเจรจาธุรกิจที่ยุโรปเป็นเวลาหนึ่งเดือน แต่แท้จริงแล้ว เธอแอบติดต่อหัวหน้าแม่บ้านที่คอนโดมิเนียมหรูหราของกรณ์ เพื่อขอสวมรอยเป็น ‘ป้าช้อย’ แม่บ้านคนใหม่ที่ถูกส่งมาทำความสะอาดและรับใช้รัญญา ในช่วงที่กรณ์ต้องบินไปดูงานที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสามวัน นี่คือบททดสอบที่วิภาดาเตรียมไว้ เพื่อดูสันดานที่แท้จริงของผู้หญิงที่ลูกชายของเธอจะยกย่องให้เป็นภรรยา

เช้าวันแรกของการทดสอบ วิภาดาในชุดแม่บ้านสีมอๆ สวมแว่นตากรอบหนาเตอะ ทาครีมให้ผิวดูคล้ำเสียและดัดหลังให้ค่อมลงเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาในเพนต์เฮาส์หรู รัญญาในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมราคาแพงกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟาหนังแท้ ทันทีที่เห็น ‘ป้าช้อย’ รัญญาไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเหมือนที่เคยทำต่อหน้ากรณ์เลยแม้แต่น้อย

“มาแล้วก็ไปขัดห้องน้ำซะนะป้า แล้วอย่าเอามือสกปรกๆ ของป้ามาแตะต้องกระเป๋าแอร์เมสของฉันเด็ดขาด ถ้ามีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว ป้าทำงานชดใช้ทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอก!” รัญญาตวาดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม พร้อมกับปรายตามองหญิงชราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ

วิภาดาก้มหน้าซ่อนแววตาที่คมกริบดุจพญาเหยี่ยว “รับทราบค่ะคุณผู้หญิง” เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นๆ อย่างคนเจียมตัว แต่ในใจกลับบันทึกพฤติกรรมนี้ไว้ทุกกระเบียดนิ้ว

ตลอดสองวันที่ผ่านมา วิภาดาต้องทนถูกรัญญาจิกหัวใช้ราวกับทาส ทั้งให้คุกเข่าเช็ดพื้น นำเสื้อผ้าไปซักมือ และถูกด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด แต่สิ่งที่ทำให้วิภาดาสนใจมากกว่าความร้ายกาจของรัญญา คือพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ ของดาราสาว

ในบ่ายวันที่สาม ขณะที่วิภาดากำลังแกล้งทำความสะอาดอยู่หลังฉากกั้นห้อง รัญญาได้เชิญ ‘ทนายวิชัย’ ทนายความส่วนตัวที่มีประวัติฉ้อโกงเข้ามาในห้อง ทั้งสองนั่งสุมหัวกันอยู่ที่โต๊ะกระจก รัญญาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะออกมาจากกระเป๋าสะพายใบหรูของเธอ

“จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ทนาย?” รัญญาถามเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้น

“เรียบร้อยครับคุณรัญญา เอกสารมอบอำนาจและคำสั่งถอนเงินจากกองทุนต่างประเทศของตระกูลศิริโภคากุล ผมจัดการปลอมแปลงลายเซ็นของคุณกรณ์แนบเนียนจนไม่มีใครจับได้แน่นอน ทันทีที่คุณกรณ์เซ็นเอกสารจดทะเบียนสมรสกับคุณในสัปดาห์หน้า กองทุนมูลค่า 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 600 ล้านบาท) จะถูกโอนเข้าบัญชีลับของคุณที่สวิสทันที” ทนายวิชัยอธิบายพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ดีมาก! ไอ้กรณ์มันโง่ รักฉันจนหัวปักหัวปำ แค่ฉันบีบน้ำตานิดหน่อย มันก็พร้อมจะยกทุกอย่างให้ฉันแล้ว พอเงิน 18 ล้านดอลลาร์นี้เข้าบัญชีเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องหย่ามันทันที แล้วแบ่งเงินให้คุณตามที่ตกลงกันไว้” รัญญาหัวเราะอย่างสะใจ เธอเก็บเอกสารลับสุดยอดเหล่านั้นกลับเข้าไปในซองสีน้ำตาล และยัดลงในกระเป๋าแอร์เมสใบโปรดที่วางเปิดอ้าอยู่บนโซฟา

วิภาดาที่แอบฟังอยู่หลังฉากกั้นถึงกับกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความร้ายกาจของรัญญาไม่ได้มีแค่การเป็นสะใภ้จอมปลอม แต่มันคืออาชญากรที่หวังจะปอกลอกทรัพย์สมบัติของลูกชายเธอ!

เมื่อทนายวิชัยกลับไป รัญญาเดินกลับมาที่โซฟาเพื่อจะหยิบกระเป๋า แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็น ‘ป้าช้อย’ ที่ถือถังน้ำถูพื้นสีขุ่นคลั่กเดินออกมาจากหลังฉากกั้นพอดี ความหวาดระแวงและความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาในใจของดาราสาว เธอคิดว่านังแม่บ้านแก่คนนี้อาจจะแอบฟังเรื่องราวทั้งหมด

“อีแก่! แกไปยืนทำลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนั้น! แกแอบฟังที่ฉันคุยกับทนายใช่ไหม!” รัญญากรีดร้องเสียงแหลม ถลันเข้าไปกระชากคอเสื้อแม่บ้านของวิภาดาอย่างแรง

“ป… เปล่านะคะคุณผู้หญิง ป้าเพิ่งถูพื้นเสร็จ กำลังจะเอาถังน้ำไปเททิ้งค่ะ” วิภาดาแสร้งทำเสียงสั่น หวาดกลัว แต่สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปที่ซองเอกสารในกระเป๋าของรัญญา

รัญญาเห็นสายตาของป้าช้อยที่มองไปยังกระเป๋าของเธอ ความโกรธจัดและสัญชาตญาณการปกปิดความผิดทำให้เธอขาดสติ หญิงสาวผลักวิภาดาจนล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะคว้า ‘ถังน้ำถูพื้นสีขุ่นคลั่กที่เต็มไปด้วยฝุ่นและคราบสกปรก’ ขึ้นมาสุดแขน

“คนสอดรู้สอดเห็นอย่างแก มันต้องเจอแบบนี้! จำใส่กะโหลกไว้ว่าอย่ามาแส่เรื่องของเจ้านาย!!”

ซ่าาา!!!

น้ำโสโครกทั้งถังถูกสาดโครมเข้าใส่ร่างของวิภาดาอย่างแรงจนเปียกโชกไปทั้งตัว แว่นตาหลุดกระเด็น น้ำเน่าไหลหยดลงมาจากเส้นผมและเสื้อผ้าของเธอ แต่สิ่งที่รัญญาไม่คาดคิดก็คือ แรงสาดที่รุนแรงเกินไป ทำให้น้ำสกปรกครึ่งถังสาดกระเซ็นไปโดนกระเป๋าแอร์เมสใบหรูที่วางเปิดอ้าอยู่บนโซฟาเข้าอย่างจัง!

“ว้ายยย! กระเป๋าของฉัน!” รัญญากรีดร้องลั่น รีบทิ้งถังน้ำและถลันเข้าไปคว้ากระเป๋าของตัวเอง

แต่มันสายไปเสียแล้ว น้ำสกปรกได้ซึมเข้าไปในกระเป๋าจนชุ่ม ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ปิดผนึกด้วยกาวราคาถูกหลุดลุ่ยออก เอกสารสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายในร่วงหล่นลงมากองบนพื้นหินอ่อนที่เปียกแฉะ หมึกจากเครื่องพิมพ์เริ่มละลาย แต่ตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ระบุยอดเงินโอน $18,000,000 USD และลายเซ็นที่ถูกปลอมแปลงอย่างโจ่งแจ้ง กลับปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้าวิภาดาที่กำลังยันตัวลุกขึ้นนั่ง

“อย่าแตะนะอีแก่ขี้เรื้อน!!” รัญญารีบตะครุบเอกสารเหล่านั้นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

“เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นที่นี่!!”

เสียงตวาดกร้าวที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นจากหน้าประตู กรณ์ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างจังหวัดเร็วกว่ากำหนด ยืนเบิกตากว้างอยู่หน้าประตูเพนต์เฮาส์ ภาพที่เขาเห็นคือรัญญาที่กำลังนั่งทับเอกสารเปียกๆ และหญิงชราในชุดแม่บ้านที่เปียกโชกไปด้วยน้ำสกปรกกำลังนั่งอยู่บนพื้น

“กรณ์คะ! คุณกลับมาพอดีเลย นังแม่บ้านแก่คนนี้มันซุ่มซ่าม ทำถังน้ำหกใส่กระเป๋าแอร์เมสใบละล้านของรัญญาพังหมดเลยค่ะ รัญญาทนไม่ไหวแล้ว ไล่มันออกเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!” รัญญารีบบีบน้ำตา แสร้งสวมบทเหยื่อผู้น่าสงสารทันที เธอมั่นใจว่ากรณ์จะต้องเข้าข้างเธออย่างแน่นอน

กรณ์ขมวดคิ้วแน่น เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้ แต่เมื่อสายตาของเขาจดจ้องไปที่ใบหน้าของแม่บ้านที่เปียกปอน… แม้จะถูกทาด้วยเครื่องสำอางให้ดูคล้ำเสีย แม้ผมจะเปียกลู่ แต่เค้าโครงหน้าและแววตาที่ทรงอำนาจนั้น ไม่มีทางที่ลูกชายอย่างเขาจะจำไม่ได้!

“ม… แม่…? แม่มาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมสภาพแม่ถึงเป็นแบบนี้!” กรณ์ครางเสียงหลง ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนแทบจะทรุดลงไปคุกเข่า

คำว่า ‘แม่’ หลุดออกจากปากของกรณ์ เปรียบเสมือนอุกกาบาตที่พุ่งชนใส่หน้าของรัญญาอย่างจัง! ดาราสาวตาเหลือกค้าง อ้าปากพะงาบๆ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป หญิงชราท่าทางซอมซ่อที่เธอเพิ่งสาดน้ำถูพื้นใส่ หัวเราะเยาะ และจิกหัวใช้มาตลอดสามวัน… คือ ‘มาดามวิภาดา’ อภิมหาเศรษฐีผู้กุมชะตาชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลศิริโภคากุล!

วิภาดาไม่เสแสร้งอีกต่อไป เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม แม้ร่างกายจะเปียกโชกไปด้วยน้ำสกปรก แต่รังสีอำมหิตและบารมีของนางพญาที่แผ่ซ่านออกมา กลับกดทับจนรัญญาแทบจะหายใจไม่ออก วิภาดาหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาเช็ดคราบน้ำบนใบหน้าอย่างใจเย็น

“แม่ไม่ได้ไปยุโรปหรอกกรณ์…” น้ำเสียงของวิภาดาเย็นเยียบและทรงอำนาจ “แม่แค่อยากรู้ว่า ผู้หญิงที่ลูกหลงรักจนยอมถวายชีวิตให้ ลับหลังลูกแล้ว… เธอมีสันดานยังไง”

วิภาดาปรายตามองไปที่กองเอกสารเปียกน้ำบนพื้น “และแม่ก็ได้รับคำตอบที่คุ้มค่ามาก… กรณ์ ลูกหยิบเอกสารที่ผู้หญิงคนนั้นพยายามจะซ่อนขึ้นมาอ่านดูสิ”

“อย่านะกรณ์! มันไม่มีอะไร! มันเป็นแค่บทละครของรัญญา!” รัญญาพยายามจะกอบโกยเอกสารหนี แต่กรณ์ตวัดสายตาผิดหวังอย่างรุนแรงมองหน้าเธอ ชายหนุ่มปัดมือรัญญาออกและหยิบกระดาษที่เปียกชุ่มนั้นขึ้นมาดู

ดวงตาของกรณ์เบิกกว้างเมื่อเห็นเนื้อหาในเอกสาร “นี่มัน… เอกสารโอนเงินจากกองทุนต่างประเทศของตระกูลเรา 18 ล้านดอลลาร์… โอนเข้าบัญชีชื่อรัญญาที่สวิสเซอร์แลนด์? แล้วลายเซ็นของผมตรงนี้… นี่มันลายเซ็นปลอม! รัญญา นี่คุณวางแผนจะปล้นเงินครอบครัวผมงั้นเหรอ!”

“ไม่ใช่นะคะกรณ์! รัญญาถูกใส่ร้าย! นัง… เอ้ย คุณแม่ต้องสร้างหลักฐานปลอมมาใส่ร้ายรัญญาแน่ๆ!” รัญญายังคงแถหน้าด้านๆ น้ำตาจระเข้ไหลพราก

วิภาดาเหยียดยิ้มเย็นชา เธอดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูเพนต์เฮาส์ก็ถูกเปิดออก บอดี้การ์ดชุดดำหกนาย พร้อมด้วยทีมทนายความระดับแนวหน้าของตระกูลก้าวเข้ามาในห้องทันที

“ทนายของฉันได้ดักฟังและบันทึกวิดีโอจากกล้องวงจรปิดจิ๋วที่ฉันแอบติดไว้ที่ปกเสื้อแม่บ้านเรียบร้อยแล้ว ทุกคำพูดที่คุณคุยกับทนายวิชัย เรื่องแผนการฮุบสมบัติ 18 ล้านดอลลาร์ และแผนการฟ้องหย่าลูกชายของฉัน… มันถูกบันทึกไว้หมดแล้ว” วิภาดาประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ความปรานี “ความโลภของเธอ มันทำให้เธอตาบอด จนกล้าสาดน้ำเน่าใส่หัวของคนที่เธอควรจะกราบเท้า!”

รัญญาทรุดลงไปกองกับพื้นหินอ่อน ขาทั้งสองข้างหมดเรี่ยวแรง สั่นสะท้านราวกับลูกนกตกน้ำ แผนการอันแยบยลที่วาดฝันว่าจะได้เป็นเศรษฐีนีหมื่นล้าน พังทลายลงไม่เป็นท่า เพียงเพราะน้ำถูพื้นถังเดียวที่เธอสาดออกไปด้วยความจองหองและสันดานดิบ

“กรณ์คะ… รัญญาขอโทษ รัญญาผิดไปแล้ว รัญญาทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ยกโทษให้รัญญานะคะ เรากำลังจะแต่งงานกันนะ!” รัญญาคลานเข้าไปกอดขาของกรณ์ ร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสมเพช

แต่กรณ์ที่บัดนี้ตาสว่างอย่างสมบูรณ์แบบ เขาสะบัดขาออกอย่างรังเกียจราวกับโดนของเน่าเสีย “งานแต่งงานของเรายกเลิก! ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงแพศยาอย่างคุณมาใช้นามสกุลของผมเด็ดขาด… รปภ. ลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไป แล้วส่งหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจ ผมจะฟ้องร้องเธอและทนายวิชัยในข้อหาพยายามฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารให้ถึงที่สุด!”

“ไม่นะ!! กรี๊ดดดด! ปล่อยฉัน! ฉันไม่ไปคุก!” รัญญากรีดร้องโหยหวน ดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่งขณะที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนหิ้วปีกเธอขึ้นมาและลากตัวออกไปจากเพนต์เฮาส์ สภาพของดาราสาวดาวรุ่งที่เคยเย่อหยิ่ง บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากเศษขยะที่ถูกทิ้งขว้าง ความอับอายและอนาคตที่ดับวูบลงในพริบตา คือราคาที่เธอต้องจ่ายสำหรับความละโมบที่ไม่รู้จักพอ

เมื่อความวุ่นวายจบลง กรณ์หันมากราบแทบเท้าของมารดา น้ำตาแห่งความสำนึกผิดไหลอาบแก้ม “แม่ครับ… ผมขอโทษ ผมมันโง่ที่มองคนไม่ออก ผมเกือบจะทำให้ตระกูลของเราพินาศไปแล้ว ถ้าแม่ไม่ยอมลดตัวลงมาทำแบบนี้ ผมคงต้องสูญเสียทุกอย่างไป”

วิภาดาลูบศีรษะลูกชายด้วยความอ่อนโยน ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ “จดจำบทเรียนนี้ไว้นะลูกกรณ์… ทองแท้ ไม่ว่าจะถูกคลุกฝุ่นหรือถูกน้ำเน่าสาดใส่ มันก็ยังเป็นทองวันยันค่ำ แต่พวกเศษทองแดงชุบทอง ต่อให้วางอยู่บนพานแสตเลสที่สวยหรูที่สุด… แค่โดนน้ำสาดนิดเดียว ความเน่าเฟะข้างในมันก็ฟ้องออกมาให้เห็นเอง”

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของมาดามวิภาดา บททดสอบสะใภ้จอมปลอมในครั้งนี้ แม้จะต้องแลกมาด้วยการเปียกน้ำเน่าไปทั้งตัว แต่มันก็คุ้มค่ามหาศาล เพราะเธอไม่เพียงแต่ปกป้องเงิน 18 ล้านดอลลาร์เอาไว้ได้ แต่มันยังช่วยรักษาชีวิตและอนาคตของลูกชายสุดที่รัก ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของปลิงร้ายไปได้อย่างงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุด.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!